ของดีเมืองอุบลฯ

เครื่องทองเหลืองบ้านปะอาว

เครื่องทองเหลือง เป็นโลหะผสมระหว่างทองแดงกับสังกะสีเป็นหลัก มีคุณสมบัติต้านทานการเกิดสนิมได้ดี จึงนำมาผลิตเป็นเครื่องใช้ต่างๆ เช่น ขันทองเหลือง พานทองเหลือง แจกันทองเหลือง กระทะทองเหลือง ตลอดจนเครื่องตกแต่งทองเหลืองอีกมากมาย แต่เครื่องทองเหลืองที่มีชื่่อเสียงของภาคอีสานคือ เครื่องทองเหลืองของบ้านปะอาว อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี เครื่องทองเหลืองของที่นี่ไม่จำกัดชนิดและอัตราส่วนของทองแดงและสังกะสี เพราะผลที่ได้ลักษณะผิวของวัสดุไม่แตกต่างกัน ยกเว้นแต่เครื่องทองเหลืองที่มีหน้าที่ใช้สอยด้านเสียง เช่น กระดิ่ง ขิก กระพรวน เป็นต้น ต้องมีส่วนผสมของทองแดงในปริมาณมากเป็นพิเศษ อีกทั้งยังผสมดีบุกเข้าไปอีกด้วย ทองเหลืองที่ใช้เป็นวัตถุดิบที่ได้จากการซื้อของเก่าจำพวก ขัน ก็อกน้ำ มือจับ กลอนประตู ฯลฯ หรือซื้อเศษทองเหลืองจากโรงงานอุตสาหกรรม การทำเครื่องทองเหลืองบ้านปะอาวจึงเป็นการผลิตที่มีกระบวนการรีไซเคิล ช่วยให้มีการใช้วัสดุอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน ชาวบ้านปะอาวผลิตเครื่องทองเหลือง บ้านปะอาว ชุมชนที่มีอายุมากกว่า 200 ปี และวิธีการหล่อทองเหลืองแบบโบราณ ที่ว่ากันว่าเป็นวิธีการเดียวกับการทำกระพรวนสัมฤทธิ์ สมัยบ้านเชียงเมื่อกว่า 2,000 ปีก่อน บ้านปะอาว เกิดขึ้นมาพร้อมกับการเกิดขึ้นของเมืองอุบลราชธานี เครื่องทองเหลืองบ้านปะอาว บ้านปะอาว มีประวัติเล่าต่อกันมาว่า บรรพบุรุษของบ้านนี้อพยพมาจากเวียงจันทน์ สมัยพระวอ พระตา โดยมีพี่น้องสองคนพาหมู่ญาติมาถึงทำเลที่เหมาะสม ผู้เป็นน้องได้พาสมัครพรรคพวกตั้งหมู่บ้านขึ้นเป็นบ้านปะอาว ส่วนผู้พี่ได้อพยพขึ้นไปทางเหนือลงหลักปักฐานขึ้นเป็นบ้านโนนเมือง อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี สันนิษฐานว่า… Continue reading เครื่องทองเหลืองบ้านปะอาว

ของดีเมืองอุบลฯ

เค็มบักนัด

ภาษาถิ่นอีสาน เรียกสับปะรด ว่า บักนัด หรือ หมากนัด ส่วนคนใต้เรียกว่า ยานัด สำหรับ  เค็มบักนัด คือการแล่เอาแต่เนื้อปลาสดมาหั่นชิ้นเล็กๆ เคล้ากับเกลือป่น และเนื้อสับปะรด คลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากันดีแล้ว นำไปอัดใส่ขวด แล้วปิดฝาให้แน่นหมักไว้หลายๆ วัน พอเนื้อปลาหอม และจนได้ระยะเวลาที่เหมาะสมก็นำมากินได้ จะนำมาปรุงในรูปของอาหารต่างๆ สำหรับกับจิ้มผักต่างๆ เช่น หลนเค็มบักนัด ตุ๋นเค็มบักนัด หรือกินสดๆ ที่ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ซอยหัวหอมแดง พริกขี้หนู เท่านี้ก็อร่อยแล้ว หรือจะนำไปผัดกับผักต่างๆ เช่น เค็มบักนัดผัดหน่อไม้ เป็นต้น เค็มบักนัด ภูมิปัญญาพื้นบ้านโบราณในการถนอมอาหารคนอีสาน เค็มบักนัด เป็นอาหารพื้นบ้านโบราณของชาวอุบลฯ มาช้านาน เป็นภูมิปัญญาในการถนอมอาหารของชาวบ้าน โดยการดองเค็มเพื่อให้สามารถเก็บไว้กินได้นานเป็นปี โดยใช้ส่วนผสมจากวัตถุดิบธรรมชาติที่ไร้สารเคมี มีทั้งเค็มบักนัดหมู และเค็มบักนัดปลา  ซึ่งการทำเค็มบักนัดส่วนใหญ่จะเลือกใช้เนื้อปลาเทโพหรือปลาสวายติดหนัง นำมาหั่นเป็นชิ้นบางๆ แล้วนำมาคลุกเคล้ากับเกลือสินเธาว์ และเนื้อสับประรดสุกที่สับละเอียดไว้คลุกเคล้าส่วนผสมทุกอย่างให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วบรรจุใส่ขวด ปิดฝาให้แน่น หมักดองเก็บไว้จนได้ระยะเวลาที่เหมาะสมก็นำมากินได้  รสชาติของเค็มบักนัดจะออกเปรี้ยวๆ เค็มๆ หวานๆ อร่อยลิ้น และยังสามารถนำมาปรุงเป็นเมนูอาหารอื่นๆ ที่แซบหลายชวนกินได้อีก  เค็มบักนัดหลนกับกะทิ ปลาที่เอามาทำ เค็มบักนัด เมื่อได้ปลามาต้องนำมาล้างทำความสะอาดให้ดี เพราะถ้าทำไม่เป็น จะคาวมาก วิธีแก้คาวปลาให้เอาน้ำมะขามเปียกข้นๆ… Continue reading เค็มบักนัด

ของดีเมืองอุบลฯ

ผ้าไหมกาบบัว

ผ้ากาบบัว เป็นชื่อผ้าที่ถูกกล่าวถึงในวรรณกรรมโบราณอีสานหลายเรื่อง คำว่า กาบ ในภาษาอีสานมีความหมายถึง เปลือกหุ้มชั้นนอกของต้นไม้บางชนิด เช่น เปลือกหุ้มต้นกล้วย เรียก กาบกล้วย หุ้มไม้ไผ่ เรียก กาบลาง กลีบหุ้มดอกบัว เรียก กาบบัว ผ้ากาบบัวอาจจะทอด้วยไหมหรือฝ้าย โดยมีเส้นยืน ย้อมอย่างน้อยสองสีเป็นริ้ว ตามลักษณะ ซิ่นทิว ซึ่งมีความนิยมแพร่หลายแถบอุบลฯ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เส้นพุ่ง จะเป็นไหมสีมับไม (ไหมปั่นเกลียวหางกระรอก) มัดหมี่ และ ขิด ลักษณะของผ้ากาบบัว ผ้ากาบบัวอาจจะทอด้วยไหมหรือฝ้าย โดยมีเส้นยืนย้อมอย่างน้อยสองสีเป็นริ้ว ตามลักษณะ ซิ่นทิว ซึ่งนิยมกันแพร่หลายในแถบเมืองอุบลฯตั้งแต่ในอดีต เส้นพุ่ง จะเป็นไหมสีมับไม (ไหมปั่นเกลียวหางกระรอก)มัดหมี่และขิด เน้นการย้อมสีจากพืชพรรณ หรือทำนองสีธรรมชาติ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการทอและใช้งานอย่างแพร่หลายอีกทั้งลดข้อจำกัดเรื่องราคาให้แก่ผู้ใช้ผ้ากาบัวในลักษณะ และโอกาสต่างๆผ้ากาบบัว บ้านโนนหมากเดือย ได้รับการถ่ายทอดภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษมาถึงรุ่นลูก รุ่นหลาน โดยมีนางเนียง ชาวบ้านโนนหมากเดือยเป็นผู้ริเริ่มการทอผ้ากาบบัวและได้ร่วมกลุ่มกับแม่บ้านภายในหมู่บ้านเพื่อทอผ้ากาบบัว กระบวนการขั้นตอนการผลิต วัตถุดิบและส่วนประกอบ ด้าย คือ วัสดุที่มีลักษณะเป็นเส้นยาว ๆ ทำจากฝ้ายใยสังเคราะห์หรือจากรังไหมฟาง คือ… Continue reading ผ้าไหมกาบบัว

ของดีเมืองอุบลฯ

หมูยอ

“หมูยอ” อาหารพื้นบ้านที่คนส่วนใหญ่นิยมชมชอบรับประทานและนิยมซื้อเป็นของฝากเวลาไปแอ่วเมืองเหนือหรือเยือนถิ่นอีสาน ซึ่งเป็นภูมิภาคที่ได้ชื่อว่า มีผลิตภัณฑ์แหนมและหมูยอ เป็นของดีของฝากประจำจังหวัด ซึ่งจังหวัดอุบลราชธานีก็เป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่มีชื่อเสียงมากให้เรื่องของหมูยอ  จนเป็นที่เรียกขานติดปากว่า “หมูยออุบล” หมูยอ เมืองอุบลเป็นของฝากที่เรื่องชื่อของจังหวัด เนื่องจากมีกรรมวิธีเฉพาะตัว และทำจากหมูล้วนๆ มีสูตรส่วนผสมของเครื่องเทศต่างๆ  ห่อใบตองนึ่งด้วยอุณหภูมิที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังมียอชนิดผสมมันหมู หรือหนังหมู เพื่อเอาใจคนชอบอ้วนอีกด้วย ด้วยความเรื่องชื่อของหมูยอนี่เอง จึงส่งผลให้มีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์อื่นๆมาจำหน่ายเป็นของฝากร่วมกับหมูยอ อาทิ กุนเชียง ไส้กรอก แหนม เป็นต้น แต่อย่างไรก็ดี หมูยอยังคงเป็นของฝากที่นักท่องเที่ยวนิยมมากที่สุดอยู่ดี  ถนนศรีณรงค์ เป็นที่ตั้งของร้านขายหมูยอที่เก่าแก่อยู่หลายร้าน มีให้เลือกซื้อได้ตามความพอใจ  “หมูยออุบล” ของ ร้านชมดี ซึ่งของเค้าเป็นโอทอป ด้วย เดิมเป็นร้านค้าประกอบอาชีพในการทำกุนเชียงและหมูหยองเพื่อจำหน่ายในตลาด จังหวัดอุบลราชธานี เป็นคนเชื้อชาติญวน สัญชาติไทยย้านถิ่นฐานมาอยู่จังหวัดอุบลราชธานีซึ่งเป็นจังหวัดใหญ่ แม่ค้า ส่วนใหญ่ ประกอบอาชีพทำก๊วยจั้บเป็นอาหารจานด่วนในยามเช้า แต่ ต้องมีเครื่องเคียงเป็นหมูยอ จึงมีแนวคิดที่จะผลิตหมูยอ ขึ้น ประมาณ 15 ปีแล้ว  ต่อมเมื่อ ปี 2540ได้แนวคิดที่จะศึกษาค้นคว้า สินค้าตัวใหม่ขึ้นเพื่อให้เกิดรายได้ สร้างโรงงานผลิต หมูยอ จำหน่าย ร่วมกับ กุนเชียงหมูหยอง ได้รับการยอมรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า ทั้งในตัวจังหวัดและต่างจังหวัดต่อมาได้ส่งต่างประเทศ ลาวและเขมร  และในปี… Continue reading หมูยอ

5 วัฒนธรรมประเพณีของอุบลฯ

1.ประเพณีแห่เทียนพรรษา

อุบลราชธานี ดินแดนแห่งปราชญ์ทางพระพุทธศาสนา เป็นถิ่นกำเนิดของพระอาจารย์ทางวิปัสนา คือ พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต พระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล เป็นต้น กล่าวกันว่า เมือง อุบลราชธานีเป็นต้นรากแห่งการขยายพระพุทธศาสนาและวัดวาอาราม ให้แพร่หลายยิ่งกว่าในทุก หัวเมืองในภาคอีสาน  งานประเพณีแห่เทียนพรรษา เป็นประเพณีทางพุทธศาสนา ของชาวอุบลฯ ซึ่งมีความเจริญในพุทธศาสนา วัฒนธรรม และประเพณีมาเป็นเวลายาวนาน ถือเป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดอุบลราชธานี โดยได้กำหนดจัดงานขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 8 และแรม 1 ค่ำเดือน 8 หรือวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา จัดให้มีขึ้นทุกปี ประติมากรรมเทียนนานาชาติ ชาวอุบลราชธานี ได้ทำต้นเทียนประกวดประชันความวิจิตรบรรจงกัน ตั้งแต่ พ.ศ.2470 จนเมื่อปี พ.ศ.2520 จังหวัดอุบลราชธานี ได้จัดงานสัปดาห์ประเพณีแห่เทียนพรรษา ให้เป็นงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่และมโหฬาร สถานที่จัดงานคือ บริเวณทุ่งศรีเมืองและศาลาจตุรมุข มีการประกวดต้นเทียน 2 ประเภท คือ ประเภทติดพิมพ์ และประเภทแกะสลัก โดยขบวนแห่จากคุ้มวัดต่างๆ พร้อมนางฟ้าประจำต้นเทียน จะเคลื่อนขบวนจาก หน้าวัดศรีอุบลรัตนาราม ไปตามถนน มาสิ้นสุดขบวนที่ทุ่งศรีเมือง และการแสดงสมโภชต้นเทียน แลเป็นแสงไฟต้องลำเทียนงามอร่ามไปทั้งงาน… Continue reading 1.ประเพณีแห่เทียนพรรษา

5 วัฒนธรรมประเพณีของอุบลฯ

2.วันรำลึกหม่อมเจียงคำ ชุมพล ณ อยุธยา

จังหวัดอุบลราชธานี ร่วมกับกองทุนเครือข่ายแห่งบุญ หม่อมเจียงคำอนุสรณ์ กำหนดจัดงานเชิดชูเกียรติและรำลึก หม่อมเจียงคำ ชุมพล ณ อยุธยา เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีบูชาพระคุณ ในวันคล้ายวันถึงแก่อนิจกรรมในวันที่ 20 ตุลาคมของทุกปี ณ วัดสุทัศนาราม ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ศิลปิน  S. Phormma's Colorizations หม่อมเจียงคำ ชุมพล ณ อยุธยา เกิดเมื่อ พ.ศ.2422 ที่เมืองอุบลราชธานี เป็นธิดาคนที่ 9 ของท้าวสุรินทร์ชมภู (หมั้น บุตโรบล) กับนางดวงจันทร์ ได้เข้าพิธีบายศรีสู่ขวัญตามจารีตประเพณีของบ้านเมืองดั้งเดิม ถวายตัวเป็นหม่อมห้ามในพลตรี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ ข้าหลวงต่างพระองค์สำเร็จราชการมณฑลาวกาว (อิสาณ) เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ.2436 มีโอรส 2 องค์คือ ม.จ.อุปลีสาณ ชุมพล และ ม.จ.กมลีสาณ ชุมพล ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2481 สิริอายุ… Continue reading 2.วันรำลึกหม่อมเจียงคำ ชุมพล ณ อยุธยา

5 วัฒนธรรมประเพณีของอุบลฯ

3.งานประเพณีไหลเรือไฟ งานแข่งขันเรือยาว

ตามลำน้ำมูลในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ในช่วงหลังจากเสร็จสิ้นงานบุญประเพณีออกพรรษา (ประมาณเดือนตุลาคม) แล้วมีการจัดแข่งขันเรือยาวประเพณีขึ้นหลายแห่ง และที่จัดขึ้นประจำได้แก่ เทศบาลเมืองอุบลฯ จัดขึ้นบริเวณสะพานรัตนโกสินทร์ 200 ปี เทศบาลตำบลพิบูลมังสาหาร จัดขึ้นบริเวณเชิงสะพานข้ามแม่น้ำมูล วัดโพธิ์ตาก อำเภอพิบูลมังสาหาร งานไหลเรือไฟ ประเพณีไหลเรือไฟ ในวันออกพรรษา พระสงฆ์ตามวัดต่างๆ จะจัดทำเฮือไฟ (เรือไฟ) ขึ้นในวัดตรงหน้าโบสถ์ ตกกลางคืน จะนำดอกไม้ธูปเทียนมาจุดบูชา เป็นพุทธบูชา ประเพณีอีกอย่างหนึ่งที่นิยมทำกันมากในวันออกพรรษา คือ การปล่อยเรือไฟ ชาวอุบลฯ เรียกว่า ไหลเฮือไฟ คือการนำเอาท่อนกล้วยหรือท่อนไม้มาทำเป็นรูปเรือ เวลาประมาณทุ่มเศษก็จะนำมาจุดไฟ โดยใช้ขี้ไต้หรือน้ำมันยาง แล้วปล่อยเรือให้ไหลไปตามน้ำ จะมีการตีฆ้องตีกลอง การละเล่นรื่นเริงพร้อมกันไปด้วย ภายในตัวจังหวัดจัดขี้นกลางคืนที่แม่น้ำมูล นับเป็นเทศกาลที่ยิ่งใหญ่อีกอย่างหนึ่งของเมืองอุบลราชธานี เพื่อเป็นการอนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี เรือไฟ อ้างอิง: งานประเพณีออกพรรษา ไหลเรือไฟ ลอยกระทง และแข่งเรือยาว ชิงถ้วยพระราชทานฯ; http://www.guideubon.com

5 วัฒนธรรมประเพณีของอุบลฯ

4.ประเพณีบุญบั้งไฟ

บุญบั้งไฟเป็นประเพณีหนึ่งที่สำคัญของอีสาน ที่มีความชื่อเกี่ยวกับดินฟ้าอากาศ ฝนตกฟ้าร้องซึ่งเป็นปัจจัยในการดำรงชีวิตของมนุษย์ ในสมัยโบราณเชื่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นไปตามธรรมชาติ เป็นหน้าที่ของพระยาแถน ซึ่งเป็นผีหรือเทวดากลุ่มหนึ่ง มีอำนาจบันดาลให้ดินฟ้าอากาศเป็นอย่างไร คนจึงเชื่อถือพระยาแถนและเคารพพระยาแถน จะต้องประพฤติปฏิบัติตนให้ถูกต้องตามครรลองคลองธรรมและจารีตประเพณีตามที่พระยาแถนกำหนดและสั่งสอนไว้ ประเพณีบุญบั้งไฟตำบลห้วยขะยุง อุบลฯ งานประเพณีบุญบั้งไฟตำบลห้วยขะยุง จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ทุกปี โดยมีมีขบวนแห่/ขบวนฟ้อนรำและขบวนบั้งไฟสวยงาม (บั้งไฟเอ้) มีการมอบรางวัลขบวนแห่/ขบวนฟ้อนรำ และมีการประกวดบั้งไฟขึ้นสูง ณ บริเวณห้วยคุ้มตอนกลาง บ้านเกษตรสมบูรณ์ หมู่ที่ 13 ตำบลห้วยขะยุง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดประเพณีบุญบั้งไฟ เพื่อสืบสานและอนุรักษ์ฟื้นฟูงานประเพณีบุญเดือนหก (บุญบั้งไฟ) ให้คงอยู่กับชุมชนสืบไป  ประเพณีบุญบั้งไฟตำบลห้วยขะยุง บุญบั้งไฟเป็นประเพณีที่มีความสำคัญต่อวิถีชีวิตชาวห้วยขะยุงมาตลอด ชาวบ้านจะมีการละเล่น ร้องรำทำเพลงอย่างสนุกสนาน หลังจากนั้นก็จะแยกย้ายกันไปทำไร่ทำนาตามวิถีชาวบ้านต่อไป บุญบั้งไฟห้วยขะยุงแรกเริ่มเดิมทีมีมาแต่เมื่อใด ไม่ปรากฏประเพณีบุญบั้งไฟจะเกิดขึ้นมาได้โดยความพร้อมใจกัน โดยกำหนดเอาวัดเป็นศูนย์รวม หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่ากองบัญชาการ ชาวบ้านห้วยขะยุง อาศัยวัดเป็นศูนย์รวม โดยการนำของพระครูวิศาลธรรมรัต (กว้าง ธมมรโต) ท่านมรณภาพเมื่อ 23 เมษายน 2545) ในการทำบุญบั้งไฟชาวห้วยขะยุงได้พัฒนาเป็นลำดับ จนกลายเป็นเป็นงานใหญ่ที่มีผู้คนมาเที่ยวงานในแต่ละครั้งเป็นจำนวนมาก เมื่อเอ่ยถึงบุญบั้งไฟห้วยขะยุงทุกคนจะนึกถึงบั้งไฟล้านทันที จนมีผู้ผู้คิดคำขวัญประจำหมู่บ้าน “ถิ่นข่างาม น้ำมูลใส บั้งไฟล้าน… Continue reading 4.ประเพณีบุญบั้งไฟ

5 วัฒนธรรมประเพณีของอุบลฯ

5.ประเพณีเชิดชูความดี

ทุกวันที่ 10 พฤศจิกายน ของทุกปี ชาวอุบลฯ ต่างร่วมใจกันจัดงานพิธีบวงสรวง และสดุดีวีรกรรมพระประทุมวรราชสุริยวงษ์ (เจ้าคำผง) เพื่อเผยแพร่เกียรติคุณของผู้สร้างบ้านแปงเมืองอุบลราชธานี โดยมีพิธีบวงสรวงและอัญเชิญดวงวิญญาณเจ้าคำผง จากวัดหลวง ซึ่งเป็นวัดที่เจ้าคำผงสร้างขึ้น เข้าร่วมขบวนแห่สดุดีไปยังที่ประดิษฐานอนุสาวรีย์พระประทุมวรราชสุริยวงษ์ บริเวณทุ่งศรีเมือง พิธีวางขันหมากเบ็ง เป็นต้น พระเจ้ากรุงธนบุรี โปรดเกล้าให้พระปทุมราชวงศา (เจ้าคำผง) เป็นพระประทุมวรราชสุริยวงษ์ (เจ้าคำผง) และเสริมนามเมืองอุบลขึ้นเป็นเมีองอุบลราชธานีศรีวนาลัยประเทศราช เมื่อพ.ศ. 2335 พระประทุมวรราชสุริยวงษ์ ครองเมืองอุบลราชธานีมาเป็นเวลา 17 ปี ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2338 สิริอายุได้ 85 ปี ความเป็นมาของการสร้างอนุสาวรีย์ จังหวัดอุบลราชธานีมีความคิดที่จะสร้างอนุสาวรีย์ผู้ก่อตั้งเมืองอุบลราชธานีมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2492-2497 แล้วครับ โดยนายเลียงและนางอรพิน ไชยกาล ส.ส.อุบลราชธานี ในสมัยนั้น ได้ชักชวนชาวอุบลฯ บริจาคเงินเพื่อร่วมกันสร้างอนุสาวรีย์ พระวอ พระตา เนื่องจากเข้าใจว่าเป็นผู้ก่อสร้างเมือง ได้เงินบริจาคประมาณ 7 หมื่นกว่าบาท แต่สุดท้ายก็ไม่ได้สร้างเพราะมีผู้อาวุโสทักท้วงมากมายว่า พระวอ พระตา ไม่ได้ก่อตั้งเมืองอุบลฯ เพราะสิ้นชีวิตในสงครามก่อนเมืองอุบลฯ… Continue reading 5.ประเพณีเชิดชูความดี

10 สถานที่เที่ยวอุบลฯ

1.ล่องแพเขื่อนสิรินธร

เขื่อนสิรินธร เป็นเขื่อนที่มีทัศนียภาพสวยงาม กิจกรรมหลักของที่นี่จึงหนีไม่พ้นการชมวิวทิวทัศน์ของอ่างเก็บน้ำเหนือสันเขื่อน นอกจากนี้ภายในเขื่อนยังมี "สวนสิรินธร" ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวโรกาสที่ทรงมีพระชนมายุครบ 3 รอบ เมื่อปี พ.ศ. 2533 สวนสิรินธรตั้งอยู่บริเวณฝั่งซ้ายของสันเขื่อน ริมอ่างเก็บน้ำ มีพื้นที่ประมาณ 40 ไร่ บรรยากาศทั่วไปร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้น้อยใหญ่ เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ ภายในสวนมีสิ่งที่น่าสนใจคือ ประติมากรรมรูปช้าง 3 เชือก ตีระนาด สีซอ และเป่าขลุ่ย ซึ่งเครื่องดนตรีทั้ง 3 ชนิดนี้เป็นเครื่องดนตรีที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงโปรดปราน และสวนนี้ยังมีคำประพันธ์จารึกไว้ตามจุดต่างๆ ให้ผู้มาเยือนได้ค้นหากันอีกด้วย สวนสิรินธร การบริการอื่นๆ ที่ทางเขื่อนสิรินธรจัดไว้สำหรับนักท่องเที่ยว ก็มีร้านอาหาร สวัสดิการ มีบ้านพักรับรองของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย รวมถึงมีสนามกอล์ฟสำหรับผู้ที่สนใจได้กำลังกาย และอีกหนึ่งไฮไลท์ก็คือการสาธิต “วิธีการดำน้ำตัดตอไม้ใต้น้ำด้วยวิธีแบบโบราณ” ที่เป็นภูมิปัญญาของชาวบ้านที่ปรับปรุงเครื่องมือและอุปกรณ์ จนทำให้สามารถดำน้ำได้เป็นเวลานาน และลึกขึ้นกว่าเดิม ปัจจุบันจะหาดูได้ยากเนื่องจากตอไม้ในน้ำมีปริมาณลดน้อยลงและอยู่ในน้ำที่ลึก ชาวบ้านจึงเปลี่ยนไปประกอบอาชีพอื่นแทน จึงทำให้หาดูได้ยากขึ้น ชมความเป็นธรรมชาติเกาะ แก่ง และโขดหินตามแนวริมเขื่อนสิรินธร พร้อมชมความงดงามของ “ผาวัดใจ”… Continue reading 1.ล่องแพเขื่อนสิรินธร