10 สถานที่เที่ยวอุบลฯ

1.ล่องแพเขื่อนสิรินธร

เขื่อนสิรินธร เป็นเขื่อนที่มีทัศนียภาพสวยงาม กิจกรรมหลักของที่นี่จึงหนีไม่พ้นการชมวิวทิวทัศน์ของอ่างเก็บน้ำเหนือสันเขื่อน นอกจากนี้ภายในเขื่อนยังมี "สวนสิรินธร" ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวโรกาสที่ทรงมีพระชนมายุครบ 3 รอบ เมื่อปี พ.ศ. 2533 สวนสิรินธรตั้งอยู่บริเวณฝั่งซ้ายของสันเขื่อน ริมอ่างเก็บน้ำ มีพื้นที่ประมาณ 40 ไร่ บรรยากาศทั่วไปร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้น้อยใหญ่ เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ ภายในสวนมีสิ่งที่น่าสนใจคือ ประติมากรรมรูปช้าง 3 เชือก ตีระนาด สีซอ และเป่าขลุ่ย ซึ่งเครื่องดนตรีทั้ง 3 ชนิดนี้เป็นเครื่องดนตรีที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงโปรดปราน และสวนนี้ยังมีคำประพันธ์จารึกไว้ตามจุดต่างๆ ให้ผู้มาเยือนได้ค้นหากันอีกด้วย สวนสิรินธร การบริการอื่นๆ ที่ทางเขื่อนสิรินธรจัดไว้สำหรับนักท่องเที่ยว ก็มีร้านอาหาร สวัสดิการ มีบ้านพักรับรองของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย รวมถึงมีสนามกอล์ฟสำหรับผู้ที่สนใจได้กำลังกาย และอีกหนึ่งไฮไลท์ก็คือการสาธิต “วิธีการดำน้ำตัดตอไม้ใต้น้ำด้วยวิธีแบบโบราณ” ที่เป็นภูมิปัญญาของชาวบ้านที่ปรับปรุงเครื่องมือและอุปกรณ์ จนทำให้สามารถดำน้ำได้เป็นเวลานาน และลึกขึ้นกว่าเดิม ปัจจุบันจะหาดูได้ยากเนื่องจากตอไม้ในน้ำมีปริมาณลดน้อยลงและอยู่ในน้ำที่ลึก ชาวบ้านจึงเปลี่ยนไปประกอบอาชีพอื่นแทน จึงทำให้หาดูได้ยากขึ้น ชมความเป็นธรรมชาติเกาะ แก่ง และโขดหินตามแนวริมเขื่อนสิรินธร พร้อมชมความงดงามของ “ผาวัดใจ”… Continue reading 1.ล่องแพเขื่อนสิรินธร

10 สถานที่เที่ยวอุบลฯ

2.ขัวน้อย

ขัวน้อย บ้านชีทวน จังหวัดอุบลราชธานี สะพานคอนกรีตค่อนข้างยาวสร้างอย่างถาวรเพื่อใช้งานในชีวิตประจำวัน ของชาวบ้านชีทวน ตั้งอยู่ใกล้วัดศรีธาตุเจริญ สะพานนี้ยาวเป็นร้อยๆ เมตรเพื่อข้ามนาข้าวที่กว้างใหญ่ ตรงที่ตั้งของสะพานมีวัดล้อมอยู่ 3 วัด ได้แก่ วัดศรีธาตุเจริญ วัดทุ่งศรีวิไล และวัดธาตุสวนตาล เพื่อความสะดวกในการเดินทางไปมาของชาวบ้าน แม้สะพานขัวน้อยบ้านชีทวนไม่ได้สร้างด้วยไม้ไผ่ แต่ก็กลายเป็นที่เที่ยวที่แวดล้อมไปด้วยวิวทุ่งนาที่เปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล สวยทั้งสีเขียวและสีทอง มาเที่ยวชมวิวได้ตั้งแต่สิงหาคมจนถึงช่วงเก็บเกี่ยวคือธันวาคม  ความงามธรรมชาติทุ่งนาเขียวขจีที่ขัวน้อยบ้านชีทวน ขัวน้อยบ้านชีทวน สร้างด้วยคอนกรีตมีราวกั้น 1 ข้าง มีทางเดินลงทุ่งนาตรงกลางสะพาน เดินเที่ยงได้ตลอด  ขัวน้อย คำว่า ขัว ภาษาอีสาน หมายความว่าสะพาน ขัวน้อยบ้านชีทวน ก็คือสะพานเล็กของบ้านชีทวน สมัยก่อนก่อนที่จะมี ขัวน้อย เส้นทางดังกล่าวเป็นเนินเดินหรือ คันแถ่นา มีไว้สำหรับ ให้ผู้คนสัญจรไปมา กล่าวคือให้พระสัญจรไปมา ให้คนสัญจรไปมา และจากการสืบค้นประวัติ มีการแบกโล่งศพ ผ่านเส้นทางนี้เพื่อไปทำพิธีทางศาสนา ที่ป่าช้าหัวหนองจอก ปัจจุบันถ้าเรามองไปจะเห็นเมรุ จากการที่มีผู้คนสัญจรไปมาระหว่าง วัดบ้านหนองแคน หมู่บ้านหนองแคน ซึ่งตอนนั้น มีผู้ใหญ่เล่าว่า เป็นชุมชนของข้าทาสบริเวณที่มาค่อยรับใช้เจ้านาย ในบ้านชีทวน ซึ่งบ้านชีทวน… Continue reading 2.ขัวน้อย

10 สถานที่เที่ยวอุบลฯ

3.อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย

น้อยคนนักที่จะรู้จักอุทยานแห่งชาติภูจอง นายอย แต่กลับเป็นข้อดีเพราะทำให้อุทยานแห่งนี้ยังคงความเป็นธรรมชาติอยู่มาก โดยเฉพาะป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรังที่ยังหนาแน่นสมบูรณ์ แต่สิ่งดึงดูดผู้คนให้มาเที่ยวที่นี่ คือ ความสวยงามของ “น้ำตกห้วยหลวง” หรือน้ำตกถ้ำบักเตว หลังแอ่งน้ำตก จะมีหาดทราย และลำธารเล็กๆ ให้นักท่องเที่ยวสามารถลงเล่นน้ำได้ น้ำตกห้วยหลวง เป็นน้ำตกที่สวยที่สุดในภาคอีสานตอนล่าง มีความสูงจากหน้าผากว่า 50 ม. น้ำตกห้วยหลวงเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ ที่สูง และสวยงามที่สุดในภาคอีสานตอนล่าง มีความสูงประมาณ 50 ม. ไหลลงสู่หุบเขาที่มีลักษณะเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ ด้วยกระแสน้ำที่แรง จากความสูงของน้ำตก ทำให้บริเวณรอบๆ แอ่งน้ำเกิดเป็นหาดทรายที่แวดล้อมด้วยต้นไม้ร่มรื่น นับเป็นหาดทรายกลางป่าที่สวยงาม ไม่เหมือนที่ใดๆ ข้อมูลการติดต่อ ตำบลนาจะหลวย อำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี 34280 Tel. 0 2562 0760 หรืออุทยานแห่งชาติภูจอง-นายอย โทร. 0 4541 1515-6 หมวดหมู่ : น้ำตก, อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ารายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยว :มีพื้นที่ประมาณ 686 ตารางกิโลเมตร ในเขตอำเภอบุณฑริก… Continue reading 3.อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย

10 สถานที่เที่ยวอุบลฯ

4.เขมราฐ

ประวัติอำเภอเขมราฐ   อำเภอเขมราฐเดิมมีฐานะเป็นเมือง   และเป็นเมืองที่มีบทบาทสำคัญต่อเมืองอื่นๆ   ในภูมิภาคนี้พอสมควรเพราะเป็นเมืองที่เทียบได้กับหัวเมืองเอก   ขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร   มิได้ขึ้นกับเมืองอุบลราชธานีเช่นเมืองอื่นๆ   นอกจากนั้นเมืองเขมราฐยังมีเมืองขึ้นอีกหลายเมือง   เช่น   เมืองอำนาจเจริญ   เมืองคำเขื่อนแก้ว   เป็นต้น       สำหรับการตั้งเมืองเขมราฐ   ปรากฏเอกสารที่เป็นหลักฐานว่าใน   พ.ศ.   2357   ซึ่งเป็นปีเดียวกับพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย   โปรดเกล้าตั้งเมืองยโสธรขึ้น   อุปฮาด   (ก่ำ)   ซึ่งเป็นอุปฮาดเมืองอุบลราชธานี   ไม่พอใจที่ทำราชการกับพระพรหมราชวงศา   (ท้าวทิศพรหม)   เจ้าเมืองอุบลราชธานีคนที่  2    จึงอพยพไพล่พลไปหาทำเลที่เหมาะสมตั้งเมืองขึ้นใหม่   ซึ่งเป็นการสนองพระบรม   ราโชบายในการตั้งเมืองขึ้นใหม่ในช่วงระยะเวลานั้นๆ   ในที่สุดพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย   ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ   ให้ตั้งบ้านโศกกงพะเนียง   ขึ้นเป็นเมืองเขมราฐธานีขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร   เมื่อ  พ.ศ. 2357   พร้อมทั้งโปรดเกล้าฯ   แต่งตั้งให้อุปฮาด  (ก่ำ)   เป็นพระเจ้าเทพวงศาเมือง       ตลอดสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น   เมืองเขมราฐมีความสำคัญ   และขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานครตลอดมา   ครั้นถึง   พ.ศ.   2371   เมื่อเสร็จสิ้นสงครามปราบกบฏเจ้าอนุแล้ว   พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าให้เมืองโขงเจียม   ซึ่งเคยขึ้นตรงต่อเจ้าเมืองจำปาสัก    มาขึ้นตรงต่อเมืองเขมราฐ   เป็นผลให้เมืองเขมราฐมีบทบาทมากขึ้น   เมื่อโปรดเกล้าให้ตั้งเมืองคำเขื่อนแก้วในปี   พ.ศ.   2388   เมืองอำนาจเจริญในปี  … Continue reading 4.เขมราฐ

10 สถานที่เที่ยวอุบลฯ

5.วัดพระธาตุหนองบัว

ประวัติวัดพระธาตุหนองบัว วัดพระธาตุหนองบัว สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2498 โดย นายฟอง สิทธิธรรม ซึ่งเป็นชาวอุบลราชธานีได้ไปเป็นรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรมีศรัทธาสร้างวัดขึ้นในที่นาของท่านให้เป็นที่ปฏิบัติธรรมฝ่ายวิปัสนาธุระของท่านพระอาจารย์ดี พระอาจารย์สิงห์ ขันทยาคโม หรือเจ้าคุณเทพญาณวิสิทธิ์ มีพื้นที่ ทั้งหมด 50 ไร่เศษ มูลเหตุการสร้างวัดพระธาตุหนองบัว เริ่มต้นจากกลุ่มพุทธศาสนิกชนผู้ยึดมั่นในการปฏิบัติธรรมกลุ่มหนึ่งมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าในการสร้างวัดให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม และเป็นที่ระลึกเนื่องในวาระมงคลกึ่งพุทธกาล พุทธศตวรรษ 2500 กำหนดแผนการก่อสร้างวัดเริ่มแรกในที่ดินของนายฟอง สิทธิธรรม ซึ่งในขณะนั้นถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำกลางจังหวัดอุบลราชธานี ด้วยข้อกล่าวหาว่าเป็นกบฏภายใน ผู้ทำหน้าที่ติดต่อขอที่ดินสร้างวัดประกอบด้วย นายทองพูน ยุวมิตร และ นายอุ่น ไวยหงษ์ เป็นผู้นำ ได้พาคณะเดินทางไปหานายฟองที่เรือนจำกลางจังหวัดอุบลราชธานี โดย นายทอง พูลยุวมิตร ได้เล่าเรื่อง ตามที่คณะศรัทธาให้นายฟอง สิทธิธรรม ฟังโดยละเอียดและขอทราบว่าที่ดินแปลงนี้จะถวายหรือจะขาย ให้ทางคณะศรัทธาก็พอใจ ขอแต่ให้ได้ตามประสงค์ เมื่อนายฟอง สิทธิธรรม ได้ฟังจนทราบเรื่องโดยละเอียดแล้ว ก็มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะตนมีความปรารถนาอยู่แล้วว่าอยากถวายที่ดินแปลงนี้ให้สร้างวัด ตนแม้จะถูกกักขังอยู่ในเรือนจำก็ไหว้พระสวดมนต์เป็นประจำและได้ตั้งสัจจะอธิษฐาน ขอให้มีสัตบุรุษมาขอที่ดินแปลงนี้สร้างวัด ดังนั้น เมื่อสมดังความประสงค์ที่ตั้งใจปรารถนาก็ปิติยินดีเป็นล้นพ้นแทบจนพูดไม่ออกตื้นตันใจไปหมด เมื่อทราบความประสงค์แล้วได้ทราบรายชื่อของคณะกรรมการที่สร้างวัด จึงกำหนดมอบถวายที่ดินแปลงนี้ เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2498… Continue reading 5.วัดพระธาตุหนองบัว

10 สถานที่เที่ยวอุบลฯ

6.วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว

วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว  หรือนิยมเรียกกันว่า วัดเรืองแสง ตั้งอยู่ที่  อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง โดยจำลองสภาพแวดล้อมของวัดป่าหิมพานต์หรือเขาไกรลาศ  บริเวณบนยอดเขาจะมองเห็นพระอุโบสถสีปัดทองตั้งเด่นเป็นสง่า  จุดเด่นของวัดคือ การได้มาชมภาพเรืองแสงเป็นสีเขียวของของต้นกัลปพฤกษ์ที่เป็นจิตรกรรมที่อยู่บนผนังด้านหลังของอุโบสถในยามค่ำคืน ซึ่งช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาชมและถ่ายภาพคือ ตั้งแต่เวลา 6.00.19.30 น. ซึ่งหากโชคดีก็จะได้เห็นดวงดาวมากมายเต็มท้องฟ้า อีกด้วย  แต่ภาพเรืองแสงนี้หากมองด้วยตาเปล่าจะเห็นเพียงเล็กน้อย จะไม่เห็นเป็นสีเขียวชัดเจนเท่ากับภาพที่ถ่ายด้วยกล้องถ่ายภาพ เพราะฉะนั้นนักท่องเที่ยวบางท่านที่มาเก็บภาพความงดงามผ่านสายตาต้องเผื่อใจไว้เล็กน้อย วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว นอกจากความมหัศจรรย์ของพระอุโบสถแล้ว วัดแห่งนี้ยังมีจุดชมวิวทิวทัศน์ซึ่งเป็นวิวลำน้ำโขง และบริเวณด้านหลังพระอุโบสถเป็นจุดชม วิวทิวทัศน์ของฝั่งประเทศลาวและมองเห็นด่านสากลช่องเม็กอย่างสวยงามรวมทั้งอ่างเก็บน้ำที่ อยู่บริเวณเชิงเขาคล้ายกับทะเลสาป  โดยเฉพาะในช่วงพระอาทิตย์ตกดินเราเราจะได้เห็นพระอาทิตย์ดวงโตซึ่งเป็นบรรยากาศที่สวยงามมาก สำหรับต้นกัลปพฤกษ์เรืองแสง เป็นฝีมือการออกแบบของช่างคุณากร ปริญญาปุณโณ ผู้ลงมือติดโมเสกแต่ละชิ้นด้วยตัวเอง โดยมีแรงบันดาลใจมาจากต้นไม้แห่งชีวิต ในภาพยนตร์เรื่องอวตาร โดยใช้สารเรืองแสง หรือ สารฟลูออเรสเซนต์รอบต้น  คุณสมบัติของสารฟลูออเรสเซนต์จะรับแสงพระอาทิตย์ ในตอนกลางวัน พร้อมกับที่ศิลปกรรมชิ้นนี้ ได้หันหน้าไปทางทิศตะวันออก หรือหันข้างไปทางทิศตะวันตก ก็เลยเหมือนเป็นฉากกั้น พลังงาน ในช่วงเวลาตอนกลางวัน แล้วจะฉายแสงออกมาในตอนกลางคืน คือเป็นการคายพลังงานออกมา  ตัวอุโบสถมีต้นแบบมาจาก วัดเชียงทอง ประเทศลาว เสาแต่ละต้นลงลวดลายด้วยมือ โดยรอบนอกเป็นลายดอกบัวและสัตว์ทั้งหลายตามคติบัว 4 เหล่า ทางเข้าเป็นต้นสาละ  ส่วนตัวอุโบสถมีต้นแบบมาจากวัดเชียงทอง ประเทศลาว แต่มีความกว้างมากกว่า 1… Continue reading 6.วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว

10 สถานที่เที่ยวอุบลฯ

7.ภูอานม้า

ภูอานม้า ตั้งอยู่บริเวณบ้านใหม่ดงสำโรง อำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี มีลักษณะเป็นภูหินทรายขนาดเล็ก ซึ่งถูกธรรมชาติกัดกร่อนจนทำให้มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับ "อานม้า" โดยอยู่สูงเหนือพื้นดินประมาณ 300 เมตร และตั้งอยู่กลางลานหินทรายกว้างใหญ่ ซึ่งบริเวณใกล้เคียงกันนั้นยังมีทุ่งดอกไม้ป่านานาพรรณ และสิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน นั่นคือรอยเกวียนที่บดลึกลงไปในลานหินทรายเป็นทางยาว ซึ่งแต่ละร่องรอยบ่งบอกให้เราได้รับรู้ประวัติศาสตร์อารยธรรมโบราณ เส้นทางก่อนที่จะไปถึงภูอานม้าจะปรากฏเป็นดินแดง บางช่วงเป็นหลุมเป็นบ่อ และบางช่วงทางก็ค่อนข้างชัน รถยนต์ธรรมดาจึงอาจไม่เหมาะสำหรับขับมาที่นี่ ไม่นาน…เราก็จะพบกับจุดที่เห็นร่องรอยเกวียนโบราณอยู่บนหินเป็นระยะทางยาว โดยร่องรอยเหล่านี้เกิดจากเกวียนสมัยโบราณที่ล้อเป็นเหล็ก เมื่อกดลงบนภูเขาที่เป็นหินทราย นานวันเข้าก็เกิดเป็นร่องรอยอย่างที่เห็น เส้นทางเกวียนโบราณดังกล่าวใช้มานานร่วม 2,000 ปี และใช้เป็นเส้นทางเดินทาง ค้าขาย และแลกเปลี่ยนสินค้าไปยังประเทศลาว จนเมื่อมีการตัดเส้นทางใหม่ เส้นทางเหล่านี้ก็ได้ถูกยกเลิกไปตามวันและเวลา ซึ่งปรากฏให้เห็นเป็นระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตรเลยทีเดียว เลยไปไม่ไกลก็ถึงภูอานม้า ซึ่งเป็นจุดที่พักเกวียน และลานดอกไม้ป่า จำพวกดอกดุสิตา ดอกสร้อยสุวรรณา ซึ่งจะออกดอกบานในช่วงปลายฝนต้นหนาวให้เราได้เห็นกัน และช่วยสร้างสีสันไม่ให้เส้นทางที่เราเดินไปยังภูอานม้าไม่น่าเบื่อจนเกินไป  "ภูอานม้า" จุดเด่นอยู่ที่หินที่มีรูปร่างลักษณะคล้ายอานม้า ซึ่งเป็นก้อนหินที่โดนแดด ลม ฝน กัดเซาะจนกลายเป็นเสาหิน ที่มียอดคล้ายอานม้า ตั้งอยู่บนหน้าผาสูง อีกทั้งยังเป็นจุดชมวิว ที่เมื่อมองออกไปเบื้องหน้าจะเห็นลานหินทรายปนกรวด ที่ไล่เฉดสีตั้งแต่สีขาวไปจนถึงสีเทา และมีรูปร่างต่าง ๆ ชวนให้นักท่องเที่ยวอย่างเราจินตนาการได้ไม่หยุด… Continue reading 7.ภูอานม้า

10 สถานที่เที่ยวอุบลฯ

8.อุทยานแห่งชาติผาแต้ม

อุทยานแห่งชาติผาแต้ม สถานที่ท่องเที่ยวลือชื่อของจังหวัดอุบลราชธานี เป็นอุทยานฯ ลำดับที่ 74 ของประเทศ มีเนื้อที่ประมาณ 140 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่อำเภอโขงเจียม อำเภอศรีเมืองใหม่ และอำเภอโพธิ์ไทร มีพื้นที่ติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีแม่น้ำโขงเป็นเส้นแบ่งพรมแดน สภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบสูงและเนินเขา มีหน้าผาสูงชันหลายแห่งซึ่งเกิดจากการแยกตัวของผิวโลก มีความสูงอยู่ระหว่าง 100-600 เมตรจากระดับน้ำทะเล สภาพป่าโดยทั่วไปเป็นป่าเต็งรังที่อุดมสมบูรณ์ ลักษณะเป็นป่าโปร่ง ต้นไม้แคระแกร็น เต็มไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิด และแฝงความสวยงามตามธรรมชาติจากน้ำตก ต้นหญ้า และดอกไม้นานาพันธุ์ที่ขึ้นตามซอกลานหินกระจายทั่วพื้นที่ ดอกกระดุมเงิน ทุ่งดอกไม้ที่ผาแต้ม อุทยานแห่งชาติผาแต้ม มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย แต่ที่พลาดไม่ได้ก็ต้องเป็น ผาแต้ม ซึ่งมีภาพเขียนสีโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์เรียงรายประมาณ 300 ภาพ และแบ่งได้เป็น  4 หมวด คือ สัตว์ เครื่องมือเครื่องใช้ สัญลักษณ์ และคน คาดการณ์ว่าภาพเหล่านี้มีอายุไม่ต่ำกว่า 3,000-4,000  ปี ได้รับการค้นพบโดยคณะอาจารย์และนักศึกษาสาขามานุษยวิทยา คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ภาพเขียนสีที่ผาแต้ม ก่อนถึงผาแต้มประมาณ 1 กิโลเมตร คุณจะได้พบกับ เสาเฉลียง ซึ่งเป็นเสาหินธรรมชาติทรงแปลกตาคล้ายดอกเห็ด เกิดจากการกัดเซาะของน้ำและลมเป็นเวลานับล้านปี… Continue reading 8.อุทยานแห่งชาติผาแต้ม

10 สถานที่เที่ยวอุบลฯ

9.หาดชมดาว

หาดชมดาว หาดชมดาว หรือ แก่งชมดาว อยู่ในบริเวณหมู่บ้านโนนตาล อำเภอนาตาล อุบลราชธานีอยู่ก่อนถึงสามพันโบกประมาณ  20 ก.ม. หาดชมดาวเป็นแนวหาดหิน แก่งหิน อันกว้างใหญ่และยาวมากหลายร้อยเมตร  ซึ่งการเกิดของหินรูปพรรณสัณฐานประหลาด เช่นเดียว กับสามพันโบก ซึ่งในช่วงฤดูน้ำหลากแก่งหินเหล่านี้จะจมอยู่ใต้แม่น้ำโขงและด้วยแรงน้ำวนกัดเซาะ ทำให้แก่งหินกลายเป็นแอ่งเล็กใหญ่ จำนวนมาก เกิดเป็นประติมากรรมหินธรรมชาติรูปร่างแปลกตาชวนให้จินตนาการ  หาดชมดาวมีลักษณะคล้ายกับสามพันโบกแต่ มีพื้นที่ กว้างกว่า รวมถึงมีริ้วลายหินและรูปทรงแปลกๆให้เห็นชมเยอะกว่า บางพื้นที่เป็นรูเว้าแหว่ง บางพื้นที่ก็ซ้อนกันเป็นชั้น  บางพื้นที่เป็นดิน แห้งระแหง มีแอ่งน้ำน้อยใหญ่ บางแอ่งใหญ่บางแอ่งเล็ก มีรูปร่างลักษณะแตกต่างกันออกไป  หาดชมดาวมีจุดไฮไลต์ที่ สวยที่สุด ซึ่งเป็นลักษณะเป็นผาหินสูงใหญ่และเว้าแหว่งยาวคล้ายช่องแคบมีสายน้ำไหลผ่าน และมีก้อนหินเล็กกลางน้ำให้ลงไปยืนโพสต์ท่าถ่ายรูป ซึ่งได้มุมสวยเก๋ไม่เหมือนใคร  ช่วงเวลาที่เหมาะสมมี 2 ช่วง คือ เช้าและบ่ายไม่แนะนำให้มาเที่ยงเพราะจะร้อนมาก หากอยากชม พระอาทิตย์ขึ้นก็มาในช่วงเช้าก่อน 8 โมง  เพราะหลังจากเวลานั้นไปแดดจ้ามาก เพราะอุบลเป็นจังหวัดที่พระอาทิตย์ขึ้นเร็วมาก ตีห้าครึ่ง พระอาทิตย์เริ่มมาแล้ว และอีกหนึ่งช่วงคือ ช่วงบ่ายตั้งแต่ประมาณ 4 โมง เย็น ทั้งนี้ต้องเผื่อเวลาเดินอีกประมาณครึ่งชั่วโมงด้วยค่ะ  ส่วนช่วงเวลาที่เหมาะจะมาเที่ยวนั่นก็คือ ตั้งแต่… Continue reading 9.หาดชมดาว

10 สถานที่เที่ยวอุบลฯ, Uncategorized

10. สามพันโบก แกรนด์แคนยอนเมืองไทย

สามพันโบก สามพันโบก เป็นแก่งตามธรรมชาติ ที่เกิดจากการกัดเซาะจากน้ำในแม่น้ำโขง เป็นเวลานับล้านปี ตั้งอยู่ที่ อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี ริมแม่น้ำโขง ในฤดูฝน ระดับน้ำจะสูง ทำให้ แก่งสามพันโบก จะจมน้ำเป็นส่วนใหญ่ นักท่องเที่ยวจึงนิยมมาเที่ยวในหน้าแล้ง เช่นหน้าร้อน หรือหน้าหนาว ซึ่งแก่งสามพันโบกจะโผล่ขึ้นมา ให้เดิน เที่ยว จะเป็นช่วงที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว อันที่จริง ก็สามารถมาเที่ยวได้ในช่วงฤดูฝน เช่นกัน มีบริการนั่งเหมาเรือนำเที่ยว ตามเกาะแก่งต่าง Ubonratchathani "สามพันโบก"ตั้งอยู่ที่บ้านโป่งเป้า ตำบลเหล่างาม อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานีเป็นแก่งหินขนาดใหญ่ในลำน้ำโขง ซึ่งจะปรากฏให้เห็นเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง(ประมาณเดือนมกราคม – เมษายน) ทั้งนี้ ที่เรียกว่า "สามพันโบก"เพราะบนแก่งหินมีแอ่งน้ำขนาดเล็กใหญ่จำนวนมากกว่า 3,000 แอ่ง (คำว่า "โบก"เป็นภาษาลาว แปลว่า "แอ่ง") จึงเรียกที่นี่ว่า สามพันโบก   "ตำนานปู่จกปู" หลุมโบกที่เกิดขึ้นมากมาย  ก่อเกิดเรื่องเล่า  ปู่พาหลานมาจับปาบริเวณถ้างต้อน  (ต้อนเป็นเครื่องมือดักปลาของคนอีสาน) บังเอิญไม่สามารถจับปลาได้จึงใช้มือล้วงปูหินริมน้ำโขงจนเกิดโบกจำนวนมาก ซึ่งโบกในภาษาไทย แปลว่า หลุม นั้นจึงแปลว่า สามพันหลุม ถือเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่เที่ยวอุบลฯ ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด… Continue reading 10. สามพันโบก แกรนด์แคนยอนเมืองไทย