อุบลราชธานี ดินแดนแห่งปราชญ์ทางพระพุทธศาสนา เป็นถิ่นกำเนิดของพระอาจารย์ทางวิปัสนา คือ พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต พระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล เป็นต้น กล่าวกันว่า เมือง อุบลราชธานีเป็นต้นรากแห่งการขยายพระพุทธศาสนาและวัดวาอาราม ให้แพร่หลายยิ่งกว่าในทุก หัวเมืองในภาคอีสาน งานประเพณีแห่เทียนพรรษา เป็นประเพณีทางพุทธศาสนา ของชาวอุบลฯ ซึ่งมีความเจริญในพุทธศาสนา วัฒนธรรม และประเพณีมาเป็นเวลายาวนาน ถือเป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดอุบลราชธานี โดยได้กำหนดจัดงานขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 8 และแรม 1 ค่ำเดือน 8 หรือวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา จัดให้มีขึ้นทุกปี ประติมากรรมเทียนนานาชาติ ชาวอุบลราชธานี ได้ทำต้นเทียนประกวดประชันความวิจิตรบรรจงกัน ตั้งแต่ พ.ศ.2470 จนเมื่อปี พ.ศ.2520 จังหวัดอุบลราชธานี ได้จัดงานสัปดาห์ประเพณีแห่เทียนพรรษา ให้เป็นงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่และมโหฬาร สถานที่จัดงานคือ บริเวณทุ่งศรีเมืองและศาลาจตุรมุข มีการประกวดต้นเทียน 2 ประเภท คือ ประเภทติดพิมพ์ และประเภทแกะสลัก โดยขบวนแห่จากคุ้มวัดต่างๆ พร้อมนางฟ้าประจำต้นเทียน จะเคลื่อนขบวนจาก หน้าวัดศรีอุบลรัตนาราม ไปตามถนน มาสิ้นสุดขบวนที่ทุ่งศรีเมือง และการแสดงสมโภชต้นเทียน แลเป็นแสงไฟต้องลำเทียนงามอร่ามไปทั้งงาน… Continue reading 1.ประเพณีแห่เทียนพรรษา
Category: 5 วัฒนธรรมประเพณีของอุบลฯ
2.วันรำลึกหม่อมเจียงคำ ชุมพล ณ อยุธยา
จังหวัดอุบลราชธานี ร่วมกับกองทุนเครือข่ายแห่งบุญ หม่อมเจียงคำอนุสรณ์ กำหนดจัดงานเชิดชูเกียรติและรำลึก หม่อมเจียงคำ ชุมพล ณ อยุธยา เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีบูชาพระคุณ ในวันคล้ายวันถึงแก่อนิจกรรมในวันที่ 20 ตุลาคมของทุกปี ณ วัดสุทัศนาราม ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ศิลปิน S. Phormma's Colorizations หม่อมเจียงคำ ชุมพล ณ อยุธยา เกิดเมื่อ พ.ศ.2422 ที่เมืองอุบลราชธานี เป็นธิดาคนที่ 9 ของท้าวสุรินทร์ชมภู (หมั้น บุตโรบล) กับนางดวงจันทร์ ได้เข้าพิธีบายศรีสู่ขวัญตามจารีตประเพณีของบ้านเมืองดั้งเดิม ถวายตัวเป็นหม่อมห้ามในพลตรี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ ข้าหลวงต่างพระองค์สำเร็จราชการมณฑลาวกาว (อิสาณ) เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ.2436 มีโอรส 2 องค์คือ ม.จ.อุปลีสาณ ชุมพล และ ม.จ.กมลีสาณ ชุมพล ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2481 สิริอายุ… Continue reading 2.วันรำลึกหม่อมเจียงคำ ชุมพล ณ อยุธยา
3.งานประเพณีไหลเรือไฟ งานแข่งขันเรือยาว
ตามลำน้ำมูลในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ในช่วงหลังจากเสร็จสิ้นงานบุญประเพณีออกพรรษา (ประมาณเดือนตุลาคม) แล้วมีการจัดแข่งขันเรือยาวประเพณีขึ้นหลายแห่ง และที่จัดขึ้นประจำได้แก่ เทศบาลเมืองอุบลฯ จัดขึ้นบริเวณสะพานรัตนโกสินทร์ 200 ปี เทศบาลตำบลพิบูลมังสาหาร จัดขึ้นบริเวณเชิงสะพานข้ามแม่น้ำมูล วัดโพธิ์ตาก อำเภอพิบูลมังสาหาร งานไหลเรือไฟ ประเพณีไหลเรือไฟ ในวันออกพรรษา พระสงฆ์ตามวัดต่างๆ จะจัดทำเฮือไฟ (เรือไฟ) ขึ้นในวัดตรงหน้าโบสถ์ ตกกลางคืน จะนำดอกไม้ธูปเทียนมาจุดบูชา เป็นพุทธบูชา ประเพณีอีกอย่างหนึ่งที่นิยมทำกันมากในวันออกพรรษา คือ การปล่อยเรือไฟ ชาวอุบลฯ เรียกว่า ไหลเฮือไฟ คือการนำเอาท่อนกล้วยหรือท่อนไม้มาทำเป็นรูปเรือ เวลาประมาณทุ่มเศษก็จะนำมาจุดไฟ โดยใช้ขี้ไต้หรือน้ำมันยาง แล้วปล่อยเรือให้ไหลไปตามน้ำ จะมีการตีฆ้องตีกลอง การละเล่นรื่นเริงพร้อมกันไปด้วย ภายในตัวจังหวัดจัดขี้นกลางคืนที่แม่น้ำมูล นับเป็นเทศกาลที่ยิ่งใหญ่อีกอย่างหนึ่งของเมืองอุบลราชธานี เพื่อเป็นการอนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี เรือไฟ อ้างอิง: งานประเพณีออกพรรษา ไหลเรือไฟ ลอยกระทง และแข่งเรือยาว ชิงถ้วยพระราชทานฯ; http://www.guideubon.com
4.ประเพณีบุญบั้งไฟ
บุญบั้งไฟเป็นประเพณีหนึ่งที่สำคัญของอีสาน ที่มีความชื่อเกี่ยวกับดินฟ้าอากาศ ฝนตกฟ้าร้องซึ่งเป็นปัจจัยในการดำรงชีวิตของมนุษย์ ในสมัยโบราณเชื่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นไปตามธรรมชาติ เป็นหน้าที่ของพระยาแถน ซึ่งเป็นผีหรือเทวดากลุ่มหนึ่ง มีอำนาจบันดาลให้ดินฟ้าอากาศเป็นอย่างไร คนจึงเชื่อถือพระยาแถนและเคารพพระยาแถน จะต้องประพฤติปฏิบัติตนให้ถูกต้องตามครรลองคลองธรรมและจารีตประเพณีตามที่พระยาแถนกำหนดและสั่งสอนไว้ ประเพณีบุญบั้งไฟตำบลห้วยขะยุง อุบลฯ งานประเพณีบุญบั้งไฟตำบลห้วยขะยุง จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ทุกปี โดยมีมีขบวนแห่/ขบวนฟ้อนรำและขบวนบั้งไฟสวยงาม (บั้งไฟเอ้) มีการมอบรางวัลขบวนแห่/ขบวนฟ้อนรำ และมีการประกวดบั้งไฟขึ้นสูง ณ บริเวณห้วยคุ้มตอนกลาง บ้านเกษตรสมบูรณ์ หมู่ที่ 13 ตำบลห้วยขะยุง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดประเพณีบุญบั้งไฟ เพื่อสืบสานและอนุรักษ์ฟื้นฟูงานประเพณีบุญเดือนหก (บุญบั้งไฟ) ให้คงอยู่กับชุมชนสืบไป ประเพณีบุญบั้งไฟตำบลห้วยขะยุง บุญบั้งไฟเป็นประเพณีที่มีความสำคัญต่อวิถีชีวิตชาวห้วยขะยุงมาตลอด ชาวบ้านจะมีการละเล่น ร้องรำทำเพลงอย่างสนุกสนาน หลังจากนั้นก็จะแยกย้ายกันไปทำไร่ทำนาตามวิถีชาวบ้านต่อไป บุญบั้งไฟห้วยขะยุงแรกเริ่มเดิมทีมีมาแต่เมื่อใด ไม่ปรากฏประเพณีบุญบั้งไฟจะเกิดขึ้นมาได้โดยความพร้อมใจกัน โดยกำหนดเอาวัดเป็นศูนย์รวม หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่ากองบัญชาการ ชาวบ้านห้วยขะยุง อาศัยวัดเป็นศูนย์รวม โดยการนำของพระครูวิศาลธรรมรัต (กว้าง ธมมรโต) ท่านมรณภาพเมื่อ 23 เมษายน 2545) ในการทำบุญบั้งไฟชาวห้วยขะยุงได้พัฒนาเป็นลำดับ จนกลายเป็นเป็นงานใหญ่ที่มีผู้คนมาเที่ยวงานในแต่ละครั้งเป็นจำนวนมาก เมื่อเอ่ยถึงบุญบั้งไฟห้วยขะยุงทุกคนจะนึกถึงบั้งไฟล้านทันที จนมีผู้ผู้คิดคำขวัญประจำหมู่บ้าน “ถิ่นข่างาม น้ำมูลใส บั้งไฟล้าน… Continue reading 4.ประเพณีบุญบั้งไฟ
5.ประเพณีเชิดชูความดี
ทุกวันที่ 10 พฤศจิกายน ของทุกปี ชาวอุบลฯ ต่างร่วมใจกันจัดงานพิธีบวงสรวง และสดุดีวีรกรรมพระประทุมวรราชสุริยวงษ์ (เจ้าคำผง) เพื่อเผยแพร่เกียรติคุณของผู้สร้างบ้านแปงเมืองอุบลราชธานี โดยมีพิธีบวงสรวงและอัญเชิญดวงวิญญาณเจ้าคำผง จากวัดหลวง ซึ่งเป็นวัดที่เจ้าคำผงสร้างขึ้น เข้าร่วมขบวนแห่สดุดีไปยังที่ประดิษฐานอนุสาวรีย์พระประทุมวรราชสุริยวงษ์ บริเวณทุ่งศรีเมือง พิธีวางขันหมากเบ็ง เป็นต้น พระเจ้ากรุงธนบุรี โปรดเกล้าให้พระปทุมราชวงศา (เจ้าคำผง) เป็นพระประทุมวรราชสุริยวงษ์ (เจ้าคำผง) และเสริมนามเมืองอุบลขึ้นเป็นเมีองอุบลราชธานีศรีวนาลัยประเทศราช เมื่อพ.ศ. 2335 พระประทุมวรราชสุริยวงษ์ ครองเมืองอุบลราชธานีมาเป็นเวลา 17 ปี ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2338 สิริอายุได้ 85 ปี ความเป็นมาของการสร้างอนุสาวรีย์ จังหวัดอุบลราชธานีมีความคิดที่จะสร้างอนุสาวรีย์ผู้ก่อตั้งเมืองอุบลราชธานีมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2492-2497 แล้วครับ โดยนายเลียงและนางอรพิน ไชยกาล ส.ส.อุบลราชธานี ในสมัยนั้น ได้ชักชวนชาวอุบลฯ บริจาคเงินเพื่อร่วมกันสร้างอนุสาวรีย์ พระวอ พระตา เนื่องจากเข้าใจว่าเป็นผู้ก่อสร้างเมือง ได้เงินบริจาคประมาณ 7 หมื่นกว่าบาท แต่สุดท้ายก็ไม่ได้สร้างเพราะมีผู้อาวุโสทักท้วงมากมายว่า พระวอ พระตา ไม่ได้ก่อตั้งเมืองอุบลฯ เพราะสิ้นชีวิตในสงครามก่อนเมืองอุบลฯ… Continue reading 5.ประเพณีเชิดชูความดี
