เครื่องทองเหลือง เป็นโลหะผสมระหว่างทองแดงกับสังกะสีเป็นหลัก มีคุณสมบัติต้านทานการเกิดสนิมได้ดี จึงนำมาผลิตเป็นเครื่องใช้ต่างๆ เช่น ขันทองเหลือง พานทองเหลือง แจกันทองเหลือง กระทะทองเหลือง ตลอดจนเครื่องตกแต่งทองเหลืองอีกมากมาย แต่เครื่องทองเหลืองที่มีชื่่อเสียงของภาคอีสานคือ เครื่องทองเหลืองของบ้านปะอาว อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี เครื่องทองเหลืองของที่นี่ไม่จำกัดชนิดและอัตราส่วนของทองแดงและสังกะสี เพราะผลที่ได้ลักษณะผิวของวัสดุไม่แตกต่างกัน ยกเว้นแต่เครื่องทองเหลืองที่มีหน้าที่ใช้สอยด้านเสียง เช่น กระดิ่ง ขิก กระพรวน เป็นต้น ต้องมีส่วนผสมของทองแดงในปริมาณมากเป็นพิเศษ อีกทั้งยังผสมดีบุกเข้าไปอีกด้วย ทองเหลืองที่ใช้เป็นวัตถุดิบที่ได้จากการซื้อของเก่าจำพวก ขัน ก็อกน้ำ มือจับ กลอนประตู ฯลฯ หรือซื้อเศษทองเหลืองจากโรงงานอุตสาหกรรม การทำเครื่องทองเหลืองบ้านปะอาวจึงเป็นการผลิตที่มีกระบวนการรีไซเคิล ช่วยให้มีการใช้วัสดุอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน ชาวบ้านปะอาวผลิตเครื่องทองเหลือง บ้านปะอาว ชุมชนที่มีอายุมากกว่า 200 ปี และวิธีการหล่อทองเหลืองแบบโบราณ ที่ว่ากันว่าเป็นวิธีการเดียวกับการทำกระพรวนสัมฤทธิ์ สมัยบ้านเชียงเมื่อกว่า 2,000 ปีก่อน บ้านปะอาว เกิดขึ้นมาพร้อมกับการเกิดขึ้นของเมืองอุบลราชธานี เครื่องทองเหลืองบ้านปะอาว บ้านปะอาว มีประวัติเล่าต่อกันมาว่า บรรพบุรุษของบ้านนี้อพยพมาจากเวียงจันทน์ สมัยพระวอ พระตา โดยมีพี่น้องสองคนพาหมู่ญาติมาถึงทำเลที่เหมาะสม ผู้เป็นน้องได้พาสมัครพรรคพวกตั้งหมู่บ้านขึ้นเป็นบ้านปะอาว ส่วนผู้พี่ได้อพยพขึ้นไปทางเหนือลงหลักปักฐานขึ้นเป็นบ้านโนนเมือง อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี สันนิษฐานว่า… Continue reading เครื่องทองเหลืองบ้านปะอาว
Category: ของดีเมืองอุบลฯ
เค็มบักนัด
ภาษาถิ่นอีสาน เรียกสับปะรด ว่า บักนัด หรือ หมากนัด ส่วนคนใต้เรียกว่า ยานัด สำหรับ เค็มบักนัด คือการแล่เอาแต่เนื้อปลาสดมาหั่นชิ้นเล็กๆ เคล้ากับเกลือป่น และเนื้อสับปะรด คลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากันดีแล้ว นำไปอัดใส่ขวด แล้วปิดฝาให้แน่นหมักไว้หลายๆ วัน พอเนื้อปลาหอม และจนได้ระยะเวลาที่เหมาะสมก็นำมากินได้ จะนำมาปรุงในรูปของอาหารต่างๆ สำหรับกับจิ้มผักต่างๆ เช่น หลนเค็มบักนัด ตุ๋นเค็มบักนัด หรือกินสดๆ ที่ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ซอยหัวหอมแดง พริกขี้หนู เท่านี้ก็อร่อยแล้ว หรือจะนำไปผัดกับผักต่างๆ เช่น เค็มบักนัดผัดหน่อไม้ เป็นต้น เค็มบักนัด ภูมิปัญญาพื้นบ้านโบราณในการถนอมอาหารคนอีสาน เค็มบักนัด เป็นอาหารพื้นบ้านโบราณของชาวอุบลฯ มาช้านาน เป็นภูมิปัญญาในการถนอมอาหารของชาวบ้าน โดยการดองเค็มเพื่อให้สามารถเก็บไว้กินได้นานเป็นปี โดยใช้ส่วนผสมจากวัตถุดิบธรรมชาติที่ไร้สารเคมี มีทั้งเค็มบักนัดหมู และเค็มบักนัดปลา ซึ่งการทำเค็มบักนัดส่วนใหญ่จะเลือกใช้เนื้อปลาเทโพหรือปลาสวายติดหนัง นำมาหั่นเป็นชิ้นบางๆ แล้วนำมาคลุกเคล้ากับเกลือสินเธาว์ และเนื้อสับประรดสุกที่สับละเอียดไว้คลุกเคล้าส่วนผสมทุกอย่างให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วบรรจุใส่ขวด ปิดฝาให้แน่น หมักดองเก็บไว้จนได้ระยะเวลาที่เหมาะสมก็นำมากินได้ รสชาติของเค็มบักนัดจะออกเปรี้ยวๆ เค็มๆ หวานๆ อร่อยลิ้น และยังสามารถนำมาปรุงเป็นเมนูอาหารอื่นๆ ที่แซบหลายชวนกินได้อีก เค็มบักนัดหลนกับกะทิ ปลาที่เอามาทำ เค็มบักนัด เมื่อได้ปลามาต้องนำมาล้างทำความสะอาดให้ดี เพราะถ้าทำไม่เป็น จะคาวมาก วิธีแก้คาวปลาให้เอาน้ำมะขามเปียกข้นๆ… Continue reading เค็มบักนัด
ผ้าไหมกาบบัว
ผ้ากาบบัว เป็นชื่อผ้าที่ถูกกล่าวถึงในวรรณกรรมโบราณอีสานหลายเรื่อง คำว่า กาบ ในภาษาอีสานมีความหมายถึง เปลือกหุ้มชั้นนอกของต้นไม้บางชนิด เช่น เปลือกหุ้มต้นกล้วย เรียก กาบกล้วย หุ้มไม้ไผ่ เรียก กาบลาง กลีบหุ้มดอกบัว เรียก กาบบัว ผ้ากาบบัวอาจจะทอด้วยไหมหรือฝ้าย โดยมีเส้นยืน ย้อมอย่างน้อยสองสีเป็นริ้ว ตามลักษณะ ซิ่นทิว ซึ่งมีความนิยมแพร่หลายแถบอุบลฯ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เส้นพุ่ง จะเป็นไหมสีมับไม (ไหมปั่นเกลียวหางกระรอก) มัดหมี่ และ ขิด ลักษณะของผ้ากาบบัว ผ้ากาบบัวอาจจะทอด้วยไหมหรือฝ้าย โดยมีเส้นยืนย้อมอย่างน้อยสองสีเป็นริ้ว ตามลักษณะ ซิ่นทิว ซึ่งนิยมกันแพร่หลายในแถบเมืองอุบลฯตั้งแต่ในอดีต เส้นพุ่ง จะเป็นไหมสีมับไม (ไหมปั่นเกลียวหางกระรอก)มัดหมี่และขิด เน้นการย้อมสีจากพืชพรรณ หรือทำนองสีธรรมชาติ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการทอและใช้งานอย่างแพร่หลายอีกทั้งลดข้อจำกัดเรื่องราคาให้แก่ผู้ใช้ผ้ากาบัวในลักษณะ และโอกาสต่างๆผ้ากาบบัว บ้านโนนหมากเดือย ได้รับการถ่ายทอดภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษมาถึงรุ่นลูก รุ่นหลาน โดยมีนางเนียง ชาวบ้านโนนหมากเดือยเป็นผู้ริเริ่มการทอผ้ากาบบัวและได้ร่วมกลุ่มกับแม่บ้านภายในหมู่บ้านเพื่อทอผ้ากาบบัว กระบวนการขั้นตอนการผลิต วัตถุดิบและส่วนประกอบ ด้าย คือ วัสดุที่มีลักษณะเป็นเส้นยาว ๆ ทำจากฝ้ายใยสังเคราะห์หรือจากรังไหมฟาง คือ… Continue reading ผ้าไหมกาบบัว
หมูยอ
“หมูยอ” อาหารพื้นบ้านที่คนส่วนใหญ่นิยมชมชอบรับประทานและนิยมซื้อเป็นของฝากเวลาไปแอ่วเมืองเหนือหรือเยือนถิ่นอีสาน ซึ่งเป็นภูมิภาคที่ได้ชื่อว่า มีผลิตภัณฑ์แหนมและหมูยอ เป็นของดีของฝากประจำจังหวัด ซึ่งจังหวัดอุบลราชธานีก็เป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่มีชื่อเสียงมากให้เรื่องของหมูยอ จนเป็นที่เรียกขานติดปากว่า “หมูยออุบล” หมูยอ เมืองอุบลเป็นของฝากที่เรื่องชื่อของจังหวัด เนื่องจากมีกรรมวิธีเฉพาะตัว และทำจากหมูล้วนๆ มีสูตรส่วนผสมของเครื่องเทศต่างๆ ห่อใบตองนึ่งด้วยอุณหภูมิที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังมียอชนิดผสมมันหมู หรือหนังหมู เพื่อเอาใจคนชอบอ้วนอีกด้วย ด้วยความเรื่องชื่อของหมูยอนี่เอง จึงส่งผลให้มีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์อื่นๆมาจำหน่ายเป็นของฝากร่วมกับหมูยอ อาทิ กุนเชียง ไส้กรอก แหนม เป็นต้น แต่อย่างไรก็ดี หมูยอยังคงเป็นของฝากที่นักท่องเที่ยวนิยมมากที่สุดอยู่ดี ถนนศรีณรงค์ เป็นที่ตั้งของร้านขายหมูยอที่เก่าแก่อยู่หลายร้าน มีให้เลือกซื้อได้ตามความพอใจ “หมูยออุบล” ของ ร้านชมดี ซึ่งของเค้าเป็นโอทอป ด้วย เดิมเป็นร้านค้าประกอบอาชีพในการทำกุนเชียงและหมูหยองเพื่อจำหน่ายในตลาด จังหวัดอุบลราชธานี เป็นคนเชื้อชาติญวน สัญชาติไทยย้านถิ่นฐานมาอยู่จังหวัดอุบลราชธานีซึ่งเป็นจังหวัดใหญ่ แม่ค้า ส่วนใหญ่ ประกอบอาชีพทำก๊วยจั้บเป็นอาหารจานด่วนในยามเช้า แต่ ต้องมีเครื่องเคียงเป็นหมูยอ จึงมีแนวคิดที่จะผลิตหมูยอ ขึ้น ประมาณ 15 ปีแล้ว ต่อมเมื่อ ปี 2540ได้แนวคิดที่จะศึกษาค้นคว้า สินค้าตัวใหม่ขึ้นเพื่อให้เกิดรายได้ สร้างโรงงานผลิต หมูยอ จำหน่าย ร่วมกับ กุนเชียงหมูหยอง ได้รับการยอมรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า ทั้งในตัวจังหวัดและต่างจังหวัดต่อมาได้ส่งต่างประเทศ ลาวและเขมร และในปี… Continue reading หมูยอ
