ผ้ากาบบัว เป็นชื่อผ้าที่ถูกกล่าวถึงในวรรณกรรมโบราณอีสานหลายเรื่อง คำว่า กาบ ในภาษาอีสานมีความหมายถึง เปลือกหุ้มชั้นนอกของต้นไม้บางชนิด เช่น เปลือกหุ้มต้นกล้วย เรียก กาบกล้วย หุ้มไม้ไผ่ เรียก กาบลาง กลีบหุ้มดอกบัว เรียก กาบบัว ผ้ากาบบัวอาจจะทอด้วยไหมหรือฝ้าย โดยมีเส้นยืน ย้อมอย่างน้อยสองสีเป็นริ้ว ตามลักษณะ ซิ่นทิว ซึ่งมีความนิยมแพร่หลายแถบอุบลฯ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เส้นพุ่ง จะเป็นไหมสีมับไม (ไหมปั่นเกลียวหางกระรอก) มัดหมี่ และ ขิด

ลักษณะของผ้ากาบบัว
ผ้ากาบบัวอาจจะทอด้วยไหมหรือฝ้าย โดยมีเส้นยืนย้อมอย่างน้อยสองสีเป็นริ้ว ตามลักษณะ ซิ่นทิว ซึ่งนิยมกันแพร่หลายในแถบเมืองอุบลฯตั้งแต่ในอดีต เส้นพุ่ง จะเป็นไหมสีมับไม (ไหมปั่นเกลียวหางกระรอก)มัดหมี่และขิด เน้นการย้อมสีจากพืชพรรณ หรือทำนองสีธรรมชาติ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการทอและใช้งานอย่างแพร่หลายอีกทั้งลดข้อจำกัดเรื่องราคาให้แก่ผู้ใช้ผ้ากาบัวในลักษณะ และโอกาสต่างๆ
ผ้ากาบบัว บ้านโนนหมากเดือย ได้รับการถ่ายทอดภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษมาถึงรุ่นลูก รุ่นหลาน โดยมีนางเนียง ชาวบ้านโนนหมากเดือยเป็นผู้ริเริ่มการทอผ้ากาบบัวและได้ร่วมกลุ่มกับแม่บ้านภายในหมู่บ้านเพื่อทอผ้ากาบบัว
กระบวนการขั้นตอนการผลิต
วัตถุดิบและส่วนประกอบ
- ด้าย คือ วัสดุที่มีลักษณะเป็นเส้นยาว ๆ ทำจากฝ้ายใยสังเคราะห์หรือจากรังไหม
- ฟาง คือ สารสังเคราะห์จากเม็ดพลาสติก ใช้ผูกหรือมัด
- สีย้อม คือ วัสดุที่มีสีใช้ในการย้อมเปลี่ยนสีของด้าย
- กระอัก คือ เป็นวัสดุที่ใช้กรอหรือปั่นด้ายใส่เพื่อเส้นด้ายจะไม่พันกัน ทำจากไม้เนื้อแข็ง หรือใช้ไม้ไผ่สาน
- คอนอัก คือ เป็นฐานและมีแกนเผื่อจะได้นำกระมาสวมใส่เวลาหมุนจะได้ง่ายและสะดวกในการประกอบ
- กง คือ เป็นแกนใส่ด้ายที่ยังเป็นปอยมีลักษณะเป็นโครงไม้ใช้เชือกขึงไปมาระหว่างปลายกงเพื่อจะได้มีความยืดหยุ่นเวลาใส่ปอยด้าย
- หลา คือ วัสดุในการปั่นด้ายใส่หลอดมีลักษณะเป็นวงล้อ มีแกนกลางใส่ด้ามหมุนและมีเข็มอีกปลายโครงไม้เพื่อใส่หลอด โดยมีสายพานจากวงล้อกับเข้มเวลาหมุนวงล้อก็จะหมุนตาม
- โครงมัดหมี่ คือ โครงไม้ลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีแกนกลางสำหรับหมุนเพื่อรองรับด้ายที่ค้น
- หลักเฝือ คือ โครงไม้ สี่เหลี่ยมโดยเจาะใส่สลักโครงไม้ด้านข้างทั้งสองด้าน สำหรับไว้เกี่ยวเส้นด้าย เพื่อทำเป็นด้ายตัวยืน
- กี่ คือ โครงไม้เสาสี่ต้น เป็นไม้เนื้อแข็งสำหรับเป็นที่นั่งทอผ้า เป็นที่ตึงเส้นยืน
- ฟืม คือ วัสดุสำหรับจัดเส้นด้าย ให้แน่นมีโครงไม้เนื้อแข็งมีฟันถี่ๆเล็กทำจากไม้ไผ่หรือปัจจุบันทำจากโลหะ
- เขา คือ ส่วนที่ใช้ในการยกเส้นยืนขึ้นลงสลับกันเพื่อส่งกระส่วยเส้นด้าย
- กระสวย คือ วัสดุนำเส้นด้าย มีลักษณะปลายแหลมงอนขึ้นทั้งสองด้านตรงกลางเจาะเป็นช่องสำหรับใส่หลอด
- หลอด คือ วัสดุที่ใช้กรอเส้นด้าย ให้ง่ายต่อการสอดหรือทอโบราณทำจากเครือไส้ตัน ปัจจุบันทำจากพลาสติก
- ไม้กำพัน คือ มีลักษณะเป็นแท่งกลมหรือเหลี่ยม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.3 นิ้ว ปลายด้านหนึ่งเจาะรูไว้ใส่สลัก
- หวี่ คือ อุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดระเบียบเส้นยืนให้อยู่ในแนวเดียวกันทำจากเส้นใบตาล หรือเส้นพลาสติก
- ไม้สะดึง คือ อุปกรณ์ตึงผ้า มีลักษณะกลมเรียวยาวกล่าหน้างกว้างของผ้าที่เราจะทอ



ขั้นตอนการผลิต
- กวักด้าย เพื่อนำมามัดหมี่ เลือกชนิดของด้ายจะเป็นด้ายเทยิ่นหรือไหมก็ได้ สีของด้ายจะเป็นสีธรรมชาติหรือสีที่ย้อมจากเคมีอยู่ที่ความต้องการของผู้ผลิต เมื่อเลือกด้ายและสีที่ต้องการ นำมาใส่กงซึ่งเป็นอุปกรณ์สำหรับปล่อยด้ายเพื่อที่ผู้ค้นจะนำส่วนปลายของด้ายมาค้นใส่หลักเฝือ โดยเวียนรอบไปมาโดยหลักเฝือจะมีร่อง หรือจุดที่จะวางด้ายเพื่อให้ด้ายเวียนเป็นกลุ่มให้ง่ายการมัดให้เป็นลายที่ต้องการ
- ขั้นย้อม เมื่อค้นใส่หลักเฝือเสร็จ ให้นำเชือกมาสอดเพื่อแยกกลุ่มด้าย จะได้ง่ายเมื่อนำมาสใส่หลักมัดหมี่ในขั้นตอนนี้ เป็นการเตรียม เส้นด้ายเพื่อจุได้ใส่ดอกหรือลวดลายให้สวยงามโดยขั้นตอนนี้ ผู้มัดจะต้องกะระยะวางสายให้พอดีกับผืนเส้นด้าย การมัด เป็นการป้องกันไม่ให้สีซึมเข้าบริเวณที่เรามัดเมื่อย้อมสีเสร็จแล้วจะทำให้รอยมัดเป็นสีดั้งเดิม วัสดุในการมัดโบราณใช้ กาบกล้วยขูดเป็นแผ่นบาง ๆ แล้วนำมามัด ปัจจุบันนิยมใช้เชือกฟาง เมื่อมัดลายได้ตามความต้องการแล้ว นำไปย้อมสีหลังย้อมเสร็จนำมาตากแดดเพื่อให้แห้ง เมื่อแห้งแล้วนำมาตัดเอาเชือกฟางที่มัดลายออก เพื่อจะได้นำมาปั่นใส่หลอด
- ขั้นตอนการปั่นใส่หลอด นำหมี่ที่แก้มัดแล้วมาใส่กง นำปลายด้ายมาม้วนใส่หลอด(หลอดคือวัสดุที่ใช้กรอด้ายให้เป็นม้วน เพื่อใส่ในกระสวย) เพื่อกรอ ให้มีขนาดพอสมควรหลอดที่กรอด้ายใส่แล้วจะนำมาร้อยใส่เชือก เพื่อไม่ให้หลอดสลับกันเมื่อนำมาทอเป็นผืนผ้าจะต้องเริ่มจากหลอดอันแรกจนถึงอันสุดท้ายหากสลับหลอดจะทำให้ลายไม่ต่อเนื่องหรือไม่เป็นลายที่เราต้องการ
- การทำเส้นยืน นำด้ายที่เราต้องการมาใส่กงแล้วกรอใส่กระอัก ความมากน้อยอยู่ทีดุลพินิจของผู้กรอซึ่งในแต่ละครั้งอาจใช้ทีละหลายกระอัก เมื่อได้ตามจำนวนที่ต้องการแล้ว นำมาจัดเรียงเพื่อจะได้นำเส้นด้ายจากระอัก มาค้นใส่หลักเฝือ(การค้น คือ การนำเส้นด้ายคลองเวียนไปมาระหว่างสลักของเฝือ จากล่างขึ้นบนและจากบนลงล่าง)ให้จำนวนพอที่จะนำมาเป็นเส้นยืน ความกว้างเท่ากับหมี่ที่เรามัดไว้โดยนับจำนวนเส้นให้พอดีหรือน้อยกว่าฟันฟืม ถ้าหากน้อยจะทำให้ผ้าที่ทอเสร็จมีหน้าตัดแคบ หากมีจำนวนมากจะล้นจากร่องฟืมซึ่งเกินความจำเป็น เมื่อทำเสร็จแล้วใช้เชือกสอดหัวท้ายเส้นยืนที่เกี่ยวกับสลักปลายสุดจะง่ายต้องการแยกเส้นด้ายหากเส้นยืนมีหลายสีเมื่อนำมาสืบจะสามารถแยกสีได้เท่ากัน นำเส้นยืนที่ค้นเสร็จแล้วมาสืบใส่เขา(เขา จะเป็นชุดที่ประกอบไปด้วยเส้นด้ายส่วนที่เหลือไว้จากการทอครั้งก่อน ฟืมที่มีเส้นด้ายร้อยผ่านร่องฟันไว้เต็มจำนวนและปลายผ้าจะอยู่อีกฟากหนึ่งของฟืม ส่วนมากจะเหลือไว้ประมาณ 4-5 เซนติเมตร)ในการสืบ ต้องสืบทีละเส้นจากขอบด้านใดด้านหนึ่งไล่ไปจนสุดอีกฟากหากเส้นยืนสลับสีต้องระวังเป็นพิเศษเพราะหากสืบจำนวนเส้นไม่เท่ากับที่เราตั้งไว้จะทำให้ลายที่อามาเพี้ยนหรือไม่สวย เมื่อสืบเสร็จให้ปลายผ้าที่อยู่ติดกับฟืมมายึดอีกข้างให้โยงผ่านโครงกี่ไปข้างหน้า แล้วย้อมกลับมาด้านบนและยึดไว้กับโครงกี่ด้านบนของคนทอ ในขั้นตอนนี้ ฟืมและเขาจะต้องนำไม้มาสอดใส่เชือกร้อยฟืมเชือกร้อยเขา ปลายไม้ทั้งด้านแขวนไว้กับโครงกี่สามรถเลื่อนไปมาได้ ในขณะเดียว เขา 1 ชุดจะมี 2 อัน ใช้เชือกผูกเขาแต่ละอันหย่อนลงด้านล่างมัดใส่ไม้เพื่อเหยียบสำหรับยกเส้นยืนขึ้นลงสลับกันในขณะทอ ก่อนทอจะต้องตึงเส้นยืนในขณะตึงก็ให้จัดเส้นยืนไปด้วยโดยหวีหรือแปลงหวีจากต้นหรือที่ติดับเขาออกไปยังปลายกี่จะทำให้เส้นยืนเรียงกันเป็นระเบียบง่ายต่อการเลื่อนเข้าไปข้างหน้า
- ขั้นตอนการทอ เมื่อจัดเตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างเรียบร้อย นำหลอดที่กรอเตรียมไว้มาใส่กระสวย(ขั้นตอนนี้ต้องระวังอย่าสลับหลอดเป็นอันขาด) การทอจะต้องส่งกระสวยผ่านเส้นยืนไปมาในขณะที่เท้าของผู้ทอก็เยียบคันยกเขาสลับไปมาเพื่อให้เส้นยืนยกขึ้นลง เป็นช่องพอดีจะให้กระสวยเดินผ่านได้ เมื่อทอได้ความยาวพอประมาณจะสังเกตเห็นขอบผ้าทั้งสองด้านห่อหรือย่นเข้าหากันให้นำไม้สะดึงมาตึงด้านล่างโดยปลายไม้สะดึงจะมีเดือยแหลมทั้งสองด้านและมีความยาวกว่าหน้ากว้างของผ้า นำไม้สะดึงมาเสียบขอบผ้าด้านล่างทั้งสองด้าน โดยห่างจากหน้าผ้าที่กำลังทอ ประมาณ 1 เซนติเมตร ไม้สะดึงเมื่อเสียบเสร็จจะมีลักษณะโค้งลงด้านล่างและจำทำให้ขอบผ้าตึงออกด้านข้าง ในขณะที่ทอนาน ๆ จะทำให้ความยาวของผืนผ้าเพิ่มขึ้น ผู้ทอต้องเอื้อมไกลทอลำบาก ขั้นตอนนี้ ผู้ทอต้องคลายเส้นยืนและม้วนผ้าที่ทอเสร็จแล้วใส่ไม้กำพัน ให้เหลือปลายไว้พอประมาณ จากนั้นใส่สลักไม้กำพัน ให้แน่นแล้วตึงเส้นยืน และหวีเส้นยืนเพื่อจัดเส้นด้ายเส้นยืน ซึ่งขั้นตอนนี้จะดำเนินการไปจนเกือบเสร็จ เมื่อเส้นยืนใกล้จะหมด ปลายเส้นยืนที่เรารอบไว้ตึง ให้นำไม้มาสอดเพื่อเส้นยืนออกจากกันและหวีจัดระเบียบเส้นยืนแล้วดำเนินการทอจนเหลือเส้นยืนสั้นที่สุดตัดผ้าที่ทอเสร็จออกจากชุดเขา โดยเหลือปลายผ้าไว้ติดกับฟืมประมาณ 4-5 เซนติเมตร เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทอ



จุดเด่นของผลิตภัณฑ์
- ลวดลายสวยงาม
- มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน มผช.๑๓(๑)๒๕๔๖
- OTOP คัดสรร ๕ ดาว ปี ๒๕๕๖
- กลุ่มวิสาหกิจชุมชน รหัสทะเบียน ๔๓๔๑๐๐๖/๑-๐๐๒๒


สถานที่จำหน่าย
- ประธานกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ นางสุรินทร์ อุตพันธ์ที่อยู่
- บ้านเลขที่ 2 ตำบลโนนค้อ อำเภอบุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานี ๓๔๒๓๐
- ๐๘๙-๒๑๒๘
- ที่ทำการกลุ่มอาชีพทอผ้ากาบบัวบ้านโนนหมากเดือย
- จำหน่ายงาน OTOP /งานประเพณีต่างๆ
อ้างอิง: otoptoday, ภูมิปัญญาไทย ; http://www.otoptoday.com
