หาดชมดาว หรือ แก่งชมดาว อยู่ในบริเวณหมู่บ้านโนนตาล อำเภอนาตาล อุบลราชธานีอยู่ก่อนถึงสามพันโบกประมาณ 20 ก.ม. หาดชมดาวเป็นแนวหาดหิน แก่งหิน อันกว้างใหญ่และยาวมากหลายร้อยเมตร ซึ่งการเกิดของหินรูปพรรณสัณฐานประหลาด เช่นเดียว กับสามพันโบก ซึ่งในช่วงฤดูน้ำหลากแก่งหินเหล่านี้จะจมอยู่ใต้แม่น้ำโขงและด้วยแรงน้ำวนกัดเซาะ ทำให้แก่งหินกลายเป็นแอ่งเล็กใหญ่ จำนวนมาก เกิดเป็นประติมากรรมหินธรรมชาติรูปร่างแปลกตาชวนให้จินตนาการ หาดชมดาวมีลักษณะคล้ายกับสามพันโบกแต่ มีพื้นที่ กว้างกว่า รวมถึงมีริ้วลายหินและรูปทรงแปลกๆให้เห็นชมเยอะกว่า บางพื้นที่เป็นรูเว้าแหว่ง บางพื้นที่ก็ซ้อนกันเป็นชั้น บางพื้นที่เป็นดิน แห้งระแหง มีแอ่งน้ำน้อยใหญ่ บางแอ่งใหญ่บางแอ่งเล็ก มีรูปร่างลักษณะแตกต่างกันออกไป หาดชมดาวมีจุดไฮไลต์ที่ สวยที่สุด ซึ่งเป็นลักษณะเป็นผาหินสูงใหญ่และเว้าแหว่งยาวคล้ายช่องแคบมีสายน้ำไหลผ่าน และมีก้อนหินเล็กกลางน้ำให้ลงไปยืนโพสต์ท่าถ่ายรูป ซึ่งได้มุมสวยเก๋ไม่เหมือนใคร ช่วงเวลาที่เหมาะสมมี 2 ช่วง คือ เช้าและบ่ายไม่แนะนำให้มาเที่ยงเพราะจะร้อนมาก หากอยากชม พระอาทิตย์ขึ้นก็มาในช่วงเช้าก่อน 8 โมง เพราะหลังจากเวลานั้นไปแดดจ้ามาก เพราะอุบลเป็นจังหวัดที่พระอาทิตย์ขึ้นเร็วมาก ตีห้าครึ่ง พระอาทิตย์เริ่มมาแล้ว และอีกหนึ่งช่วงคือ ช่วงบ่ายตั้งแต่ประมาณ 4 โมง เย็น ทั้งนี้ต้องเผื่อเวลาเดินอีกประมาณครึ่งชั่วโมงด้วยค่ะ ส่วนช่วงเวลาที่เหมาะจะมาเที่ยวนั่นก็คือ ตั้งแต่ พ.ย. –พ.ค.

หาดชมดาวมีลักษณะอันโดดเด่นที่น่าสนใจได้แก่ แนวช่องแคบ(หิน) แนวผาหน้าน้ำไหลผ่าน แคนยอน โบกหินใหญ่น้อยจำนวนมาก รวมถึงโบกหินขนาดใหญ่ที่ถูกขนานนามให้เป็น “บิ๊กโบก” มีหินที่เป็นลักษณะเพิงผาคล้ายถ้ำจนถูกเรียกขานว่า“ถ้ำตาอ้วน” อีกทั้งยังมีแอ่งน้ำน้อยใหญ่ บางแอ่งใหญ่ขนาดสระน้ำย่อยๆ บางแอ่งน้ำเขียวใสเป็นสีมรกตดูสวยงาม นอกจากนี้หาดชมดาวก็ยังมีประติมากรรมหินธรรมชาติรูปร่างแปลกตาอีกหลากหลายชวนให้จินตนาการ

ขณะที่แนวแก่งหิน ลานหิน ที่ริมโขงฝั่งบ้านเรานั้นเต็มไปด้วยหินรูปร่างแปลกตา แต่ที่ริมโขงฝั่งตรงข้ามในประเทศลาวนั้นกลับเป็นหาดทรายขาวยาวหลายร้อยเมตร นับเป็นอีกหนึ่งผลงานจากศิลปินธรรมชาติที่น่าทึ่งไม่น้อย สำหรับช่วงเวลาของวันในการเที่ยวชมหาดชมดาวที่เหมาะสมนั้นก็เหมือนกับที่สามพันโลกและหาดทรายสูง คือ ในช่วงเช้าและเย็นเพราะแดดไม่ร้อน มีแสงอ่อนๆสวยๆให้ถ่ายรูป ที่สำคัญคือเราก็จะไม่ร้อนเวลาเดินไปบนพื้นที่โล่งแล้ง แถมลานหินยังร้อนระอุ ถ้าลงเหยียบด้วยเท้าเปล่า เท้าพองแน่นอน แม้จะรู้ช่วงเวลาของวันในการชม แต่ด้วยความจำเป็นบางประการทำให้ผมต้องไปเยือนแก่งชมดาวในช่วงประมาณเที่ยงแดดร้อนเปรี้ยง ซึ่งแม้จะเป็นช่วงหน้าหนาว แต่อากาศก็ร้อนระยับ เดินกันเหงื่อซก
คำแนะนำ หาดชมดาวมีพื้นที่ค่อนข้างกว้างมากกว่าสามพันโบก เมื่อมาถึงศาลาซึ่งเป็นจุดจอดรถต้องเดินไปอีกเกือบ 1 ก.ม.จึงจะไปถึง จุดไฮไลต์หรือแม้แต่ลวดลายหินสวยๆในบริเวณอื่น ซึ่งจะแตกต่างกับสามพันโบกที่เดินไปนิดเดียวก็ถึงแก่ง สำคัญที่สุดหากยังไม่เคย มาเที่ยว ให้ขอไกด์นำทางมาด้วยสามารถติดต่อจากที่พักก็ได้ ไม่แนะนำให้เดินหาเองเพราะจุดไฮไลต์จะหาเจอยากมากไม่มีป้ายบอก ชัดเจนถ้าไม่ใช่เป็นคนในพื้นที่อาจหลงทางไปไกลและควรเตรียมน้ำดื่มมาให้พร้อม
การเดินทางไปหาดชมดาว
จากอุบลฯใช้เส้นทางเดียวกับหาดรายสูง โดยไปตามทางหลวงหมายเลข 2050 ผ่าน อ.ตระการพืชผล เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 2337 ถึงทางแยกที่ทางหลวงหมายเลข 2337 มาตัดกับทางหลวงหมายเลข 2112 เป็นทางแยกโขงเจียม-เขมราฐ ให้เลี้ยวซ้าย ประมาณ 12 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวามือเข้าสู่หาดชมดาว ซึ่งถนนหนทางบางช่วงไม่ดีควรขับด้วยความระมัดระวัง
สามารถสอบถามข้อมูลที่พัก ร้านอาหาร สินค้าโอทอป การเดินทาง และสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ใน จ.อุบลราชธานี เชื่อมโยงกับหาดทรายสูง หาดชมดาว ได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานอุบลราชธานี โทร.0-4524-3770, 0-4525-0714
หมายเหตุ : โบก เกิดจากการที่กระแสน้ำได้พัดพาก้อนกรวด หิน ทราย และเศษไม้ กัดเซาะขัดแผ่นหินทรายให้เกิดเป็นหลุมแอ่งขึ้น มีขนาดเล็กๆจนถึงขนาดใหญ่จำนวนมากมาย
อ้างอิง : เที่ยวทั่วไทย ; sites.google.com : ไปด้วยกัน, www.paiduaykan.com

